การใช้สูตรเอ็กเซล "COUNTIF" เกณฑ์คือ =COUNTIF(ท่านต้องการหาตรงจุดไหน?, ท่านต้องการอะไรให้ส่งค่าออกมา?)

สูตรเอ็กเซลสูตรที่กำลังจะนำเสนอต่อไปนี้คือสูตร "Count(if(....)"ครับ

จะใช้สูตรอย่างไรให้ได้ผล เราก็ต้องรู้ต้องเข้าการทำงานของเขาเสียก่อนครับ

หลักมีอยู่ว่า จะช่วยค้นหาคำที่อยู่หรือตรงกับเงื่อนไขหรือเกณฑ์(Criterion)ที่เราตั้งใว้ เมื่อเจอแล้วก็ให้คำนวณและส่งค่าเป็นจำนวนตัวเลขรวมของคำหรือเลขนั้นๆ

รูปร่างหน้าตาสูตรและคำอธิบายดังนี้ครับ

=COUNTIF(Where do you want to look?, What do you want to look for?)

แปลได้ว่า

=COUNTIF(ท่านต้องการหาตรงจุดไหน?, ท่านต้องการอะไรให้ส่งค่าออกมา?)


ตัวอย่างที่ 1:

=COUNTIF(D169:D183,"แดง") 

สูตรจะค้นคำว่า"แดง"ทั้งหมดในช่วง cell D169 ถึง D183 และส่งค่าที่พบเท่ากับ 3 ตัวด้วยกันครับ




ตัวอย่างที่ 2:

=COUNTIF(D169:D183,D170) 

สูตรจะค้นคำว่า"เหลือง"(D170 มี Text คำว่า "เหลือง")ทั้งหมดในช่วง cell D169 ถึง D183 และส่งที่พบเท่ากับ 2 ตัวครับ


ตัวอย่างที่ 3:

=COUNTIF(B169:B183,">10") 

สูตรจะค้นค่าที่มากกว่าเลข"10" จากช่วง cell B169 ถึง B183 และส่งค่าได้ทั้งหมด 5 ค่าด้วยกันคือ 11,12,13,14 และ 15



ตัวอย่างที่ 4:

=COUNTIF(C169:C183,C169)+COUNTIF(C169:C183,C180)

สูตรจะค้นค่าจาก cell C169(วันอาทิตย์ = 3)และจาก cell C180(วันพฤหัสบดี = 2) จากช่วง cell C169 ถึง C183 และส่งค่าได้ทั้งหมด 5 ค่าด้วยกันคือ cell  C169, C173, C176, C180, และ C183

-- ดูเคล็ดลับอื่นๆเพิ่มเติม:
ผมขอแนะนำบล็อกอื่นๆที่มีประโยชน์ดังนี้ครับ:

CHOOSE FUNCTION ส่งกลับค่าที่เลือกจากรายการที่ระบุดัชนีที่ใช้เลือกค่า | เผยเคล็ดลับเอ็กเซล Explore Your Microsoft Excel

วันนี้เราจะมาดูการใช้สูตร CHOOSE กันครับ

ก่อนอื่นเราทราบความหมายของศัพท์เกี่ยวการหน้าที่การทำงานต่างๆของเขากันก่อนครับ
  • CHOOSE FUNCTION ส่งกลับค่าที่เลือกจากรายการที่ระบุดัชนีที่ใช้เลือกค่า 
  • Form = CHOOSE(index_num,value1,value2,value3,…) 
  • idex_num ระบุค่าใดๆ ส่งกลับค่านั้นๆ(ตัวเลขต้องอยู่ระหว่าง 1-29) 
  • value กำหนดค่าได้สูงสุด 29 ค่า(ตัวเลข ข้อความ การอ้างอิงเซล ชื่อช่วงเซล สูตรและฟังก์ชั่น)

1 ใส่สูตร =CHOOSE(C31,$G$11,$G$12,$G$13,$G$14,$G$15,$G$16,$G$17)

หรือ

2 ใส่สูตร =CHOOSE(A33,"เหลือง","ชมพู","เขียว","แสด","ฟ้า","ม่วง","แดง")

ลองฝึกทำดูนะครับ ถ้าติดขัดอย่างไร เขียนคำถามในช่อง Comment ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

อ้อ...อย่าลืมสังเกตตัวเลข ROW และ COLUMN ในรูปดีๆนะครับ ถ้าใส่ผิดสูตรจะส่งค่าผิดครับ

สวัสดีครับ

<>

-- ดูเคล็ดลับอื่นๆเพิ่มเติม:
ผมขอแนะนำบล็อกอื่นๆที่มีประโยชน์ดังนี้ครับ:

การใช้ฟังก์ชั่น =today() ในเอ็กเซล(Excel)เพื่อหา "วันที่" เช่น 01-01-2000 ในวัน ณ ปัจจุบันที่เราใช้สูตรนี้

ในครั้งก่อนผมได้นำสูตรการหา “วันและเวลา” ซึ่งสูตรก็คือ “=now()” กันไปแล้ว

วันนี้เราจะมาดูสูตรการหา “วัน” =today() เพียงอย่างเดียวกันครับ เน้นอีกครั้งครับ สูตรนี้จะส่งค่าย้อนกลับคือ “วัน” เท่านั้นนะครับ ส่วน “เวลา”ไม่เกี่ยวข้องกับสูตรนี้ครับ

เรามาดูกันเลยดีกว่าครับว่าสูตรจะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรและขั้นตอนการวิธีการใช้งานอย่างไร

สูตร

=today()

วิธีใช้
  • เลือกเซลว่างๆเซลใดเซลหนึ่ง
  • พิมพ์ =today() ลงไปในเซลว่างๆ(empty cell) ตามตัวอย่างรูปที่ 1
  • กำหนด format ตามต้องการ ดูตัวอย่างรูปที่ 2
อย่าลืมเข้าไปกำหนด Format เพื่อให้โปรแกรมแสดงผลออกมาตามที่ต้องการกันนะครับ ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายแบบด้วยกัน

ผลที่ได้รับจะแสดงให้เห็นตามตัวอย่างในรูปที่ 3

รูปที่ 1
  
รูปที่ 2

รูปที่ 3

ทำความเข้าใจกันอีกนิดเพื่อพิชิตการใช้งานโปรแกรมเอ็กเซล(Excel program)

เครื่องหมาย = (equal หรือ เท่ากับ) ใช้เมื่อเราจะเขียนสูตรคำนวณใดๆก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วจะต้องใส่เครื่องหมาย = ก่อนเป็นอันดับแรกแล้วจึงจะตามด้วยสูตรต่างๆ

1] today เป็นภาษาอังกฤษที่แปลว่า วันนี้

2] () วงเล็บภาษาอังกฤษคือ parentheses จะถูกใช้เป็นการตั้งเงื่อนไขของคนออกแบบเขียนโปรแกรมเอ็กเซลครับ

เพิ่มเติม

โปรแกรม Excel จะคำนวณวันและเวลาโดยอ้างอิงวันที่ 1 เดือน มกราคม ของปี 1901 หรือตรงกับปี พศ. ของไทยเราคือ 2544 โดยจะนับค่าเริ่มต้นที่ค่า 1 (หนึ่ง) ในวันดังกล่าวครับ

สูตรนี้ยังสามารถที่จะช่วยต่อยอดไปคำนวณหาค่าต่างๆเกี่ยวกับการหาระยะเวลาต่างๆได้อีกด้วย

เอ็กเซลเป็น program ที่ Microsoft คิดขึ้นมาเพื่อใช้งานในสำนักงานที่มุ่งเน้นเรื่องการคำนวณ

ถ้าเราหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมอยู่อย่างสม่ำเสมอแล้ว เราจะพบว่าความรู้มีอยู่ในเราค้นหาอยู่ตลอดเวลาครับ

-- ดูเคล็ดลับอื่นๆเพิ่มเติม:
ผมขอแนะนำบล็อกอื่นๆที่มีประโยชน์ดังนี้ครับ:

การใช้ฟังก์ชั่น now() ในเอ็กเซล(Excel)เพื่อหาเวลาในปัจจุบันขึ้นกับการกำหนด format ของ cell นั้นๆ

ใน Microsoft Excel (เอ็กเซล) มีฟังก์ชั่นที่ช่วยคำนวณหรือแสดงผล "เวลาปัจจุบัน" ได้เป็นอย่างชาญฉลาดครับ

ฟังก์ชั่น(function)ที่ว่ารูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรกันหนอที่จะช่วยให้เราทำงานใน office ได้รวดเร็วปรู้ดปร๊าด

สูตร

=now()

วิธีใช้
  • เลือกเซลใดเซลหนึ่ง
  • พิมพ์ =now() ลงไปในเซลว่างๆ(empty cell) (รูปที่ 1 )
  • กำหนด format ตามต้องการ (รูปที่ 2 )

ผลที่ได้รับจะแสดงให้เห็นตามตัวอย่างในรูปที่ 3  

รูป 1

รูป 2

รูป 3

ทำความเข้าใจกันอีกนิดเพื่อพิชิตการใช้งานโปรแกรมเอ็กเซล(Excel program)

เครื่องหมาย = (equal หรือ เท่ากับ) ใช้เมื่อเราจะเขียนสูตรคำนวณใดๆก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วจะต้องใส่เครื่องหมาย = ก่อนเป็นอันดับแรกแล้วจึงจะตามด้วยสูตรต่างๆ

now เป็นภาษาอังกฤษที่แปลว่า ขณะนี้ ปัจจุบัน 

() วงเล็บภาษาอังกฤษคือ parentheses จะถูกใช้เป็นการตั้งเงื่อนไขของคนออกแบบเขียนโปรแกรมเอ็กเซลครับ

เราเพียงแค่จำสูตรให้ได้และนำไปใช้ให้ตรงกับความต้องการของเราก็พอเพียงเหลือเฟือแล้วครับ

อย่าลืมเข้าไปกำหนด Format เพื่อให้โปรแกรมแสดงผลออกมาตามที่ต้องการกันนะครับ

สูตรนี้ยังสามารถที่จะช่วยต่อยอดไปคำนวณหาค่าต่างๆเกี่ยวกับการหาระยะเวลาต่างๆได้อีกด้วย

ผมจะนำมาเขียนให้เพื่อนๆที่สนใจกันในโอกาสหน้านะครับ

เอ็กเซลเป็น program ทีชาญฉลาดสมชื่อของเขาจริงๆ เราในฐานะคนใช้งาน ก็ต้องหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ครับ

<>


-- ดูเคล็ดลับอื่นๆเพิ่มเติม:
ผมขอแนะนำบล็อกอื่นๆที่มีประโยชน์ดังนี้ครับ:

ให้ค่าขนมคนเขียน


ชื่อบัญชี : วรวิทย์ ลาภานิกรณ์

เลขที่บัญชี : 470-0-19884-2

ธนาคาร : กรุงไทย


Account name: Worawit Lapanikorn

Account no.: 470-0-19884-2

Krung Thai Bank

About Michael Leng

Michael Leng is Thai, has a BA in Hotel management from Ramkhamhaeng University. He had worked for some hotels. Currently he works in logistics field, Bangkok, Thailand. Because of loving in English, he has written some his own blogs in English-he really wants any feedback about his English he has posted.